[SF] :::+..Just You (and I)..+::
posted on 05 Dec 2009 23:17 by daisyincubus in Fictions[SF] :::+..Just You (and I)..+::
Author : Daisyincubus
Paring : Couple of Destiny
Rate : ???
Note : ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบรรเทิงเท่านั้น
░▓▒╫╫╫╫╫╫╫╫╫╫╫╫╫╫╫♥╫╫╫╫╫╫╫╫╫╫╫╫╫╫╫░▓▒
Intro
.
.
.
.
.
แม่ของผมบอกว่าเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับสิ่งที่เรียกว่าโชคชะตา สูงต่ำ ดำขาว ร่ำรวยหรือยากจน ความสุขหรือความเศร้า ด้านมืดหรือด้านสว่าง ทุกอย่างที่เราเผชิญล้วนถูกลิขิตไว้ล่วงหน้าโดยใครสักคนบนฟ้า เรื่องของหัวใจก็เช่นกัน...ความรักไม่เคยมีคำว่าบังเอิญ คนที่อยู่ห่างไกลกันเป็นหมื่นไมล์แสนไมล์จะโคจรข้ามแผ่นดินผืนน้ำมาเจอกันได้อย่างไรหากไม่ใช่เพราะอำนาจแห่งโชคชะตา
ตอนนั้นแม่จับมือของผมขึ้นมาแล้วถามผมว่าผมเห็นด้ายแดงที่นิ้วก้อยของตัวเองหรือเปล่า ผมส่ายหัวเบาๆ แม่หัวเราะกับคำตอบอันไร้เดียงสาของผมก่อนจะอธิบายต่อ
แม่บอกผมว่าที่ปลายนิ้วก้อยของเรามีด้ายแดงผูกอยู่ ปลายอีกด้านของด้ายแดงคือของขวัญอันล้ำค่าที่โชคชะตาส่งมาให้ เป็นความรัก เป็นลมหายใจ เป็นอีกครึ่งชีวิตของเรา ยิ่งความยาวของด้ายแดงสั้นลงเท่าไหร่ คู่แห่งโชคชะตาก็ยิ่งเดินเข้ามาใกล้กันมากขึ้นเท่านั้น ใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น จนถึงวันที่คนทั้งคู่ได้พบกัน ดวงตาได้ประสาน นิ้วก้อยได้ร้อยเกี่ยว สองมือได้กอบกุม แสงสกาวปรากฏขึ้นในหัวใจ เมื่อถึงวันนั้น...ประตูแห่งดาว EVOL จะเปิดออก ดอกไม้กลิ่นหอมจะร่วงหลนจากท้องฟ้า ลำนำแสนหวานจะดังกึกก้องไปทั่วจักรวาล ผู้คนจะโห่ร้องแสดงความยินดีกับการเดินทางสู่ดาว EVOL...ดวงดาวแห่งความรักที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกันตราบชั่วนิรันดร์
แม่ของผมเป็นผู้หญิงช่างจินตนาการ ผมเพิ่งมารู้เอาตอนขึ้นชั้นมัธยมต้นว่าแม่สร้างดาว EVOL มาจากการอ่านคำว่า Love แบบถอยหลังเพื่อให้เด็กห้าขวบอย่างผมเข้าใจได้ง่ายขึ้นสำหรับคำอธิบายที่ว่าพ่อกับแม่มาเจอและลงเอยกันจนมีผมเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ตอนนั้นผมไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก แต่ผมก็เชื่อ... เชื่อว่าที่นิ้วของผมมีด้ายแดง เชื่อว่าสักวันผมจะได้เจอกับอีกครึงหนึ่งของชีวิต เชื่อว่าสักวันหนึ่งผมจะได้ไปเหยียบดาว EVOL
ผมเชื่อทุกคำที่แม่บอก แต่ ณ ตอนนี้ เวลานี้ ผมรู้แล้วว่าบางทีแม่อาจยังลืมบอกอะไรผมไปอย่าง.......
เราเกิดมาพร้อมกับโชคชะตา
แต่ไม่ได้หมายความว่าโชคชะตาจะไม่เล่นตลกกับเรา...
.
.
.
เสียงดนตรีคุ้นหูบรรเลงขึ้นทันทีที่บานประตูโบส์เปิดออก เด็กชายตัวน้อยผู้ทำหน้าที่ถือแหวนเดินยิ้มแฉ่งอวดฟันหน้าที่เพิ่งหักไปเมื่อสองวันก่อน ขาเล็กๆก้าวย่างอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ตัวเองล้มคะมำลงไปเหมือนที่ทำตอนซ้อมจนต้องเสียฟันน้ำนมไปสองซี่ ด้านหลังของเด็กน้อยคือเจ้าสาวแสนสวยในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธ์ดูสวยงามราวกับนางฟ้าผู้อ่อนโยน ในมือของหญิงสาวคือช่อบูเก้ต์สีชมพูแสนหวานที่เกิดจากประสานกันอย่างลงตัวของ Pink Jasmin, Maroon Fritillaria , Pomponettes และคัทลียาสีอ่อน
เจ้าของดวงตาสีนิลยิ้มบางให้กับเจ้าสาวที่เป็นเพื่อนของตนก่อนจะหันหน้ากลับไปยังแท่นพิธีอีกครั้ง แท่นพิธีที่มีเจ้าบ่าวรูปงามในชุดสูทผ้าไหมสีดำยืนอยู่ สง่างามราวกับเทพบุตร บนอกซ้ายของเขามีดอกกุหลาบสีขาวที่ผมชอบติดอยู่ตรงตำแหน่งหัวใจ ดอกกุหลาบสีขาวที่ผมเคยคิดเอาไว้ว่าจะปลูกมันให้ขึ้นเต็มดาว EVOL เขายิ้มให้ผมก่อนมืออันแสนอบอุ่นของเขาจะเอื้อมไปรับเจ้าสาวที่เดินมาถึงแท่นพิธี
"ลูกทั้งสองมาที่แห่งนี้โดยมิได้ถูกบังคับ แต่มาด้วยความสมัครใจอย่างแท้จริงเพื่อเข้าสู่พิธีสมรสใช่หรือไม่" สาธุคุณเอ่ยถามคู่บ่าวสาว
"ครับ...ค่ะ"
"เมื่อก้าวเข้าสู่ชีวิตเช่นนี้แล้ว ลูกทั้งสองพร้อมที่จะรัก เอาใจใส่ ยกย่อง และให้เกียรติซึ่งกันและกันจนตลอดชีวิตหรือไม่"
"ครับ...ค่ะ"
"เมื่อลูกทั้งสองมีเจตจำนงค์ที่จะสมรสกัน ขอให้จับมือขวาของกันและกันและแสดงความสมัครใจต่อกันอย่างเป็นอิสระต่อหน้าพระพักต์ของพระผู้เป็นเจ้าและพระศาสนจักรของพระองค์"
เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจับมือกันตามคำบอกของท่านสาธุคุณ ภาพที่เห็นดูงดงามราวกับความฝันจนเขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้...เหมือนเจ้าหญิงกับเจ้าชายในนิทานที่แม่เคยอ่านให้ฟังก่อนนอน
"ดิฉันมินโซฮี ขอรับชองยุนโฮเป็นสามี ดิฉันขอสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณ ทั้งในยามสุขและในยามทุกข์ จะรักและยกย่อง เอาใจใส่และให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่" เจ้าสาวกล่าวคำสาบานด้วยรอยยิ้ม
"ผมชองยุนโฮ" เสียงทุ้มของเจ้าบ่าวดังขึ้น เขาเหลือบมองมาที่ผมซึ่งนั่งตรงด้านข้างของแท่นพิธี ดวงตาของเราประสานกัน... ความอ่อนโยนที่อยู่ในดวงตาคู่คมของเขาไม่เคยเปลี่ยนไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดนับตั้งแต่วันที่เราได้เจอกันตอนวันหยุดปิดเทอมฤดูร้อนเมื่อสิบสองปีก่อน
ผมยิ้มให้เขาก่อนวางนิ้วลงบนตำแหน่งโน๊ตตัวแรกของบทเพลงที่ผมตั้งใจเล่นเป็นของขวัญในวันพิเศษของเขา...เพลงที่ครั้งหนึ่งเราเคยบรรเลงด้วยกัน
"ผมขอรับเธอเป็นภรรยา...ตัวเล็ก ฉันขอสัญญา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต่อให้ฟ้าถล่มหรือโลกสลายฉันก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากเธอ"
คำกล่าวตามแบบแผนถูกแทนที่ด้วยคำสัญญาที่กลั่นออกมาจากหัวใจ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่นและมั่นคงว่าเขาจะทำอย่างที่เขาพูดออกมาจริงๆ
ผมยิ้มให้เขา...
คิมอินฮวานคลี่ยิ้มอวดฟันหลออีกรอบก่อนจะพาตัวเองเดินมาอยู่ตรงกลางระหว่างเจ้าบ่าวและเจ้าสาว หนูน้อยยื่นหมอนที่มีแหวนสองวงวางอยู่ขึ้นเหนือศรีษะ ประกายสีเงินส่องระยิบระยับยามอัญมณีบนแหวนต้องแสงไฟ งดงามราวกับดวงดาวที่ทอแสงอยู่ในนภา...
เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเอื้อมมือไปหยิบแหวนจากเด็กชายตัวน้อย ต่างคนต่างสวมแหวนเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของอีกฝ่าย
"ในนามของพระผู้เจ้า ลูกทั้งสองได้ถือว่าเป็นคู่สามีภรรยาโดยสมบูรณ์ เชิญเจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวได้"
เสียงปรบมือแสดงความยินดีของบรรดาแขกเหรื่อที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยานดังขึ้นทันทีที่ริมฝีปากของเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวแนบสนิทกัน ผมเริ่มบรรเลงบทเพลงที่เตรียมมา...
You 내가 쓰러질 때 절대 흔들림 없이
강한 눈빛으로 몇 번이고 날 일으켜 줘
And You 나 힘에 겨울 때 슬픔을 벼랑 끝까지
또 어김없이 찾아 와 두 손 잡은 그대에게
ผมเชื่อ...
ระหว่างเขากับผมมันคือโชคชะตา
ผมไม่รู้หรอกว่าสุดขอบฟ้าหรือตอนจบของโชคชะตาเป็นแบบไหน
ทว่าที่ผมรู้ตอนนี้คือผมคงไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่เดินไปถึงดาว EVOL ได้
เพราะฉะนั้น...ผมจึงตัดสินใจที่จะลิขิตความเป็นไปของอนาคตด้วยตัวเอง
เดินสวนทางกับโชคชะตา
ตัดด้ายแดงที่ปลายนิ้ว
อาจจะดีหรืออาจจะร้าย
อาจจะถูกหรืออาจจะผิด
ผมไม่รู้ และอาจไม่มีวันได้รู้
สิ่งเดียวที่คนอย่างผมทำได้คือการยิ้มให้กว้างที่สุด.... ยืนส่งอีกครึ่งชีวิตของผมเดินทางสู่ดวงดาวแห่งรักด้วยตัวของตัวเอง...
To be continued
Talk :
คนแต่งมันเสี้ยนค่ะ เรื่องยาวเรื่องเดียวก็แทบไม่มีเวลายังกล้ามาแต่งเรื่องสั้นอีก เอาเข้าไป
เรื่องของเรื่องคือไปดูเอ็มวีมาตัวหนึ่งเลยอยากแต่งขึ้นมาทันที ชอบเพลงนั้นมากกกกค่ะ
ถ้าสงสัยว่าเพลงไหนลองย้อนกลับไปดูเอนทรี่เก่าๆสักสองสามเอนทรี่ก็น่าจะรู้เนอะ
ความจริงเนื้อเรื่องมันไม่ใช่อะไรที่แปลกใหม่ พล็อตเดิมๆออกแนวน้ำเน่าด้วยซ้ำนะเออ
แต่อยากอ่ะ อยากแต่ง บอกไม่ถูก เลยแต่งออกมาด้วยความรวดเร็ว
เพราะฉะนั้นหากอ่านแล้วมันดูขาดๆเกินๆก็อย่าได้ถือสาเลยนะน้องๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่ากี่ตอนจบแต่น่าจะไม่เกินสี่ตอนมั้ง
สำหรับคนที่แวะเวียนเข้ามาก็ต้องขอบคุณมากนะคะ
แล้วก็ต้องขอโทษถ้าเกิดว่าอัพได้ไม่เร็วเหมือนกับคนอื่นๆ
ยังไงก็อยากให้ช่วยติดตามกันต่อไป
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ
ปอลอ ยุนโฮ แจจุง รักกันนานๆๆๆๆนะ